ความชื่นชอบที่แตกต่าง

 

ในบทความนี่เราจะมาพูดเกี่ยวกับความชอบของแต่ล่ะคน ซึ่งเราสามารถบอกได้เลยว่าความชอบของแต่ล่ะคนนั้น อาจจะไม่เหมือนกันหมดซะทีเดียว บางคนอาจะชอบในการสะสมสิ่ง บางคนอาจจะชอบรูปภาพ บางคนอาจะชอบสะสมเกม เป็นต้น งั้นเราลองมาดูความชอบที่แตกต่าง ว่ามันแตกต่างกันยังไง เริ่มจากการเลือกในสิ่งที่คุณคิดว่ามันทำให้คุณมีความสุข กับการที่ได้มาครอบครอง หรือการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก บางคนรรักในเสียงดนตรี บางรักในการเล่นเกมออนไลน์ บางคนรักในการเล่นกีฬา ฯลฯ 
และการที่เรายากจะให้ใครมาชอบในสิ่งเดียวกับเรานั้นมันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช้เรื่องยาก มันขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นมันมีความสนุกและหน้าประทับใจมากแค่ไหน หรือมันอาจจะมีการท้าทายที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคลที่ชอบความท้าทาย 

ความคิดเห็นที่ต่าง 

แน่นอนว่าความคิดเห็นของคนเรานั้นย่อมมีแตกต่างกันไป ซึ่งเราจะมาบังคับให้ใครมีความคิดในแบบที่เราต้องการมันก็อาจจะไม่ง่าย เพราะเนื่องด้วยในปัจจุบันทุกอย่างมีข้อมูลออนไลน์ที่สามารถให้ค้นหาเกี่ยวกับความเป็นจริงได้ เพื่อที่จะนำมาใช้วิเคราะห์พินิจพิจารณานั้นเอง บางคนหากคุณไม่ใช้การให้ความคิดแบบตรรกะ นั้นอาจให้คุณขาดความน่าเชื่อถือและหากคุณสามารถอธิบายถึงหลักการและเหตุผลทางความคิด อาจจะดูน่าเชื่อถือ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่รับฟังความคิกของคุณ จะต้องเห็นด้วยกับคุณเสมอ ซึ่งเค้าอาจจะมีตรรกะความคิดในอีกรูปแบบซึ่งไม่เหมือนกันกับคุณ 

การอ่านความคิดคนอื่น 

วิธีการที่จะรู้ทันคนอื่นนั้นคือการอ่านความคิดของเค้า มันไม่ใช่การนั่งยานแล้วได้ยิน แต่มันเป็นการอ่านจากลัษณะคำพูดหรือ กริยาของเค้า หรือแม้แต่สีหน้าแววตา มันเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้คุณได้รู้จักคนๆนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่การนำไปใช้ในการตกลงเจรจาธุระกิจ ซึ่งการอ่านความคิดมันเป็นการคาดเดาจากความคิดของเราเท่านั้น แต่คุณไม่สามารถไปตัดสินลักษณส่วนบุคคลของคน ๆ นั้น ได้ เราจะลองมายกตัวอย่าง คุณเคยรู้จักคำว่า “Poker Face” กันหรือไม่ คำๆ นี้เกิดจากการเล่นเกมไพ่โป๊กเกอร์ ที่คุณจะต้องหลอกผู้เล่น เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ถึงสถานการณ์ไพ่ในมือของผู้นั้นๆ โดยมากผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะทำหน้านิ่งๆ เพราะเป็นการแอ็คที่ดีปิดกั้นการอ่านเกมของคู้ต่อสู้ง่ายที่สุด นั้นเมื่อเวลาคุณเจอใครที่ไม่อยากให้รู้ถึงปฎิกริยาความคิด ก็จะทำหน้าแบบเล่นเกมโป็กเกอร์ คือ การทำหน้านิ่งๆ นั้นเอง  

ความรู้สึกที่แตกต่าง

ถ้าหากเราจะพูดถึงความรู้สึกนั้น แน่นอนว่าความรู้สึกของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน มันจะมีความรู้สึกที่เรียกว่า ความรู้สึกที่เข้มแข็งและความรู้สึกที่อ่อนแอ เพราะในสถานการณ์เดียวกันจะมีความรู้สึกที่ต่างกัน กับความกดดันที่แตกต่างกัน ในความรูสึกต่างๆ ทีเกิดขึ้น มันเกิดจากภูมิหลังจากการผ่านปัญหา และประสบการณ์ชีวิตที่เป็นการสอนให้เราข้ามความรู้สึกที่แย่ บางครั้งคุณอาจจะเคยเห็นข่าวการทำร้ายตัวเองถึงขั้นเสียชีวิต ด้วยปัญหาที่บางครั้งเรารู้สึกว่าเรื่องแค่นี้เนี้ยนะ นั้นเป็นเพราะความรู้สึกในการมองเห็นปัญหานั้นแตกต่างนั้นเอง หรือบางคร้้งเราโดนกระทำจากผู้อื่น หรือไปกระทำผู้อื่น เราอาจจะรู้สึกว่าความรู้สึกที่เราได้รับนั้นมันแต่ต่าง ในบางสถาณการณ์เราอาจจะรูสึกเหมือนกับเมื่อโดนกระทำในแบบเดียวกัน มันจึงมีคำพูดที่ว่า “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” 

การอ่านพฤติกรรมคนอื่น

มันไม่ใช่แค่เรื่องการอ่านความคิดว่าคิด คุณจะต้องรู้ถึงการอ่านพฤติกรรมด้วยเช่นกัน มันช่วยให้คุณรู้ความคิดของคน ๆ นั้นว่าเกิดอะไรขึ้น โดยมากคุณอาจจะเคยเห็นคุณแม่อ่านพฤติกรรมของลูก ๆ ตัวเอง เพราะในตอนที่เค้าเป็นเด็กทารก เค้าไม่สามารถพูดได้หรือบอกอะไรเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง จึงทำให้เกิดการคาดเดาเช่น การร้องไห้ ว่าอาจจะหิว หนาว หรือไม่สบายตัวเป็นต้น หรือแม้แต่การอ่านการกระทำจากคู่รักของตน คุณอาจจะเคยเห็นบางคนปากบอกไม่รัก แต่ก็มาดูแลสนใจเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งการกระทำไม่ตรงกับพูด นั้นคือคุณก็ต้องใช้การคาดเดาว่า คำพูดหรือการกระทำที่เป็นคำตอบ และการอ่านพฤติกรรมอีกแบบใช้ในการวงการตำรวจนั้นคือการอ่านพฤติกรรมของผู้ร้ายเพื่อใช้ในการสืบค้นคดี เพราะแน่นอนว่าผู้ร้ายคงไม่ยอมรับง่ายๆ จึงมีมีการอ่านลักษณะท่าทางว่าผู้ต้องสงสัยนั้นพูดความจริงหรือไม่

 

 

Copyright © 2019. All rights reserved.